ติดต่อฝ่ายขาย : 094 928 7555

ความแตกต่างระหว่าง บิงซู หรือน้ำแข็งใสเกาหลี และน้ำแข็งใสเมืองไทย

น้ำแข็งใสเมืองไทย จะมีขนมหวานอยู่ข้างใต้แล้วเอาน้ำแข็งไสโปะแล้วราดน้ำสีต่างๆ และทับด้วยนมข้น หรือราดน้ำกะทิอีกที

ส่วน บิงซูเกาหลี ที่เป็นต้นตำรับ ที่มีขายอยู่ทุกพื้นที่จะเรียกว่า "พัดบิงซู" Patbingsu or patbingsoo (팥빙수) จะมีลักษณะคือ น้ำแข็งไสกับถั่วแดงบด (คล้ายของญี่ปุ่นเสียมากกว่า) บิงซูเกาหลี จะมีน้ำแข็งไสอยู่ข้างล่าง ราดนมสดนิดหน่อย โปะใส่ถั่วแดงบด หรือก้อนต๊อก (Rice Cake) บางร้านก็มีเติมผลไม้(กระป๋อง) และนมข้น อร่อยนักแล

และในแต่ละปี "บิงซู" ก็จะมีการพัฒนาไปเรื่อยๆ รสชาติ โน่นนี่นั่นเพิ่มขึ้นมา มีตั้งแต่ Original พัดบิงซู มิลค์บิงซู นกฉ่ะบิงซู (บิงซูชาเขียว) คอฟฟี่บิงซู ฟรุ้ตบิงซู ทิรามิสุบิงซู และล่าสุดคือ "รอยัลมิลค์ทีบิงซู" รสชาติอร่อยล้ำ แล้วบิงซูชามนึงก็ไม่เล็กนะคะ เรียกว่าโอ่อ่าเป็นอ่างเลี้ยงปลาทองก็ว่าได้ กินได้สองคน เป็นกิจกรรมหน้าร้อนหลังอาหารเที่ยงได้ดีทีเดียว

ร้านทุกร้านที่ขาย dessert coffee หรือ ice cream จะมีบิงซูขาย ที่ไหนไม่มีบิงซูขายถือว่าเชย และก็ขาดรายได้ไป เพราะแค่ปริมาณน้ำแข็งบดก็ปาเข้าไปสองในสามของอ่างบิงซูแล้ว ราคาบิงซูตามร้านกาแฟเบสิคๆ สนนราคาก็จะตกอยู่ที่ประมาณหกพันจนถึงเก้าพันวอน (ประมาณเกือบๆ 300 บาท) แต่ถ้าเป็นร้านหรูๆ ดูดีหน่อย ก็สามารถอัพกันไปได้ถึงหมื่นสองพันวอน (ประมาณเกือบๆ 400 บาท) และราคาจะอัพขึ้นทุกๆ ปี หาลูกเล่นใหม่ๆ เพิ่มเติมสีสัน รสชาติใหม่ๆ และท้อปปิ้งโน่นนี่นั่นเข้าไป


info credit: http://www.chicministry.com

บิงซูกี่ประเภท?

ตามร้านกาแฟหรือคาเฟ่ต่างต้องมีบิงซูไว้ในเมนูอาหาร ซึ่งส่วนมากในประเทศไทยเรานั้นจะมีหลักๆ อยู่ 2 ประเภทคือพัตบิงซู และบิงซูผลไม้ แต่ความจริงแล้วบิงซูมีทั้งสิ้น 4 ประเภทค่ะ โดยแบ่งออกเป็น 
1. แบบออริจินัลหรือคลาสสิคเรียกว่า พัตบิงซู (Patbingsu) คำว่า Pat แปลว่า ถั่วแดง จึงมีจุดเด่นอยู่ที่ถั่วแดง 
2. บิงซูผลไม้
3. บิงซูเพื่อสุขภาพ
4. บิงซูสไตล์แปลก



แต่ละแบบมีจุดเด่นอย่างไร


The Classic – พัตบิงซู (Patbingsu)

          เชื่อกันว่า "พัตบิงซู" มีมานานแล้วตั้งแต่สมัยราชวงศ์โชซ็อน (the Joseon Dynasty) แต่ไม่ปรากฎว่าใครเป็นผู้คิดเมนูนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ทานบิงซูนี้ต้องเป็นคนมีฐานะ และรวยเท่านั้น เพราะการจะทำให้น้ำแข็งมีเนื้อละเอียดเหมือนหิมะเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก
          โดยจะเสิรฟ์น้ำแข็งทุบละเอียดคู่กับถั่วแดงเชื่อม ซึ่งจะโป๊ะลงไปบนน้ำแข็งที่มีรสนมคล้ายนมข้นหวาน และอาจจะมีการเพิ่มถั่ว และเมล็ดธัญพืชในภายหลังซึ่งจะอยู่ข้างบนสุดของพัตบิงซูค่ะ 


          ท้อปปิ้งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นถั่วแดง เมล็ดถั่ว และเมล็ดธัญพืช ในพัตบิงซูถือว่าอุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหาร และให้ประโยชน์แก่ร่างกายพร้อมกับคลายร้อนไปในตัว
          นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งท้อปปิ้งที่ได้รับความนิยมเช่นเดียวกันสำหรับพัตบิงซูคือ misutgaru หรือผงแป้งที่ผสมด้วยถั่วหรือธัญพืช และแป้งต๊อก (rice cake) ที่ให้ความเหนียวหนึบ และเพิ่มความมันส์ในการทานบิงซูมากขึ้นค่ะ

 บิงซูผลไม้ (‘Fruit-full’ Bingsu)

          สำหรับบิงซูที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันคือ บิงซูผลไม้ เพราะถั่วแดงซึ่งเป็นส่วนผสมหลักในบิงซูแบบออริจินัลหรือพัตบิงซูให้ความหวานมาก และบางคนก็แพ้ถั่ว ดังนั้นการนำผลไม้สดๆ ไม่ว่าจะเป็นสตรอเบอร์รี่ มะม่วงหรือเมล่อน มาทานคู่กับน้ำแข็งรสหวานจึงได้รับความนิยม และเป็นที่ชื่นชอบของใครหลายคนค่ะ


         ซึ่งผลไม้ที่นำมาเป็นท้อปปิ้งนั้นจะเป็นแบบสดหรือแบบเชื่อมกับน้ำผึ้งก็ได้ทั้งสองแบบค่ะ อีกทั้งยังมีให้เลือกว่าจะทานบิงซูแบบผลไม้ชนิดเดียว หรือจะมิกซ์ผลไม้หลายๆ ชนิดรวมกัน นอกจากนี้ได้มีการเพิ่มไอศครีมรสต่างๆ ลงไปในบิงซูอย่างที่เราคุ้นเคยกันค่ะ
 
บิงซูเพื่อสุขภาพ

          สำหรับผู้ที่รักสุขภาพหรือผู้ที่มีโรคประจำตัวแล้ว การทานอะไรหวานๆ อาจจะเป็นเรื่องต้องห้าม แต่ก็มีอีกหนึ่งบิงซูที่นอกจากอร่อยแล้ว ยังดีต่อสุขภาพด้วยค่ะ
          ซึ่งบิงซูเพื่อสุขภาพนี้ความหวานจะถูกลดระดับลง ส่วนท้อปปิ้งก็จะเลือกใช้ฟักทอง พุทรา หรือเมล็ดอัลมอนด์ และจะถูกเสิรฟ์ในถ้วยกระเบื้องพอร์ซเลนหรือทองเหลืองที่ตกแต่งมาอย่างสวยงาม และเลือกใช้นมถั่วเหลืองแทนนมข้นหวานด้วยค่ะ

          ถึงแม้บิงซูฟักทองจะมีถั่วแดงเป็นส่วนผสมอยู่ด้วย แต่ก็มี gugijaหรือเก๋ากี้  yulmuหรือลูกเดือย odi odiหรือมัลเบอร์รี่ และส่วนผสมอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งบิงซูประเภทนี้ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้สูงอายุมาก เพราะนอกจากจะเย็นช่วยคลายร้อนแล้ว ส่วนผสมหรือท้อปปิ้งต่างให้ประโยชน์แก่ร่างกาย
 
บิงซูสไตล์แปลก

          มีพัตบิงซู มีบิงซูผลไม้ และบิงซูเพื่อสุขภาพกันไปแล้ว มาถึงบิงซูสไตล์แปลกกันบ้างค่ะ ซึ่งบิงซูสไตล์แปลกนี้ไม่ได้หากินได้ทั่วๆ ไป ต้องไปร้านเฉพาะ อย่างบิงซูเมล็ดต้นโกโก้ (cacao bingsu) บิงซูเกล็ดหิมะนม (snow flake milk bingsu) บิงซูซากุระ (cherry blossom bingsu) หรือบิงซูป็อปคอร์น (pop corn bingsu) ซึ่งบิงซูประเภทนี้ถือว่าถูกใจวัยรุ่นชอบลอง แต่ต่างบอกเป็นเสียงเดียวว่า "อร่อย"


แล้วกินบิงซูยังไงให้อร่อย?

          บิงซูถือว่ามีขนาดใหญ่ค่ะ เป็นเมนูที่ต้องแชร์ทานกับเพื่อนๆ มากกว่าทานคนเดียว ส่วนวิธีการกินบิงซูยังไงให้อร่อยนั้นขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวค่ะ บางคนอาจจะค่อยๆ กินจากบนลงล่าง แต่สำหรับบางคนแล้วจะคลุกเคล้าทุกอย่างให้เข้ากันค่ะ แต่ไม่ว่าแบบไหนก็อร่อย และเย็นเหมือนกันค่ะ

          รู้กันแล้วเนอะว่าบิงซูคืออะไร มาจากไหน และมีกี่ประเภทจะได้เอาไว้คุยกับเพื่อนถูก และที่สำคัญรู้อย่างเดียวไม่พอ ต้องลอง "ชิม" ด้วยกัน หากใครยังไม่รู้ว่าจะหาทานบิงซูได้ที่ไหน พวกเรามี 6 ร้านบิงซูหวานเย็นสไตล์เกาหลี๊เกาหลี มานำเสนอ พร้อมวิธีการทำบิงซู Homemade แบบง่ายๆ ไม่ง้อร้าน แต่ต้องมีเครื่องปั่นน้ำแข็งที่บ้านก่อนนะค่ะ เพราะจะได้อร่อยไปกับน้ำแข็งเกล็ดหิมะแสนนุ่ม อย่ารอช้ารีบไปลองเลยค่ะ!

บริษัท บิงซู จำกัด
โรงงาน : 90/3 หมู่ 6 ถนน ปทุมธานีสายใน ต.บางเดื่อ อำเภอเมืองปทุมธานี  จ.ปทุมธานี 12000
ติดต่อ : 094-928-7555 (คุณเคน ฝ่ายขาย)
Line ID : bingsucompany
Website : www.bingsucompany.com

บิงซู (Bingsu) 빙수 คืออะไร? 

          บิงซู (Bingsu) คือ น้ำแข็งใสปั่นละเอียดราดด้วยท้อปปิ้งหรืออธิบายง่ายๆ ก็คือ น้ำแข็งใสเกล็ดหิมะของเกาหลี (บิงซู แปลว่า น้ำแข็งใส) ถือว่าเป็นนของหวานประจำชาติเกาหลีเลยก็ว่าได้ ด้วยความที่เย็น และสดชื่นทุกคำที่รับประทานจึงทำให้บิงซูเป็นของหวานยอดฮิตของประเทศเกาหลีในฤดูร้อนค่ะ 


 ประวัติของบิงซู

ช่วงนี้ในประเทศไทยถือว่าเข้าสู่ฤดูฝนกันแล้ว ถึงแม้ว่าจะยังมีฝนตกลงมาไม่มากเท่าที่ควร แต่สำหรับที่เกาหลีใต้นั้นยังอยู่ในช่วงฤดูร้อนอยู่ (ราวปลายเดือนมิถุนายน-ต้นเดือนกันยายน) ซึ่งเป็นช่วงที่มีอากาศร้อน และมีฝนตกอยู่บ่อยๆ ชาวเกาหลีจึงนิยมกินของหวานๆ เย็นๆ เพื่อเป็นการดับร้อน
       
       ถ้าเป็นในประเทศไทยก็คงจะหาไอศกรีม ขนมหวาน หรือน้ำแข็งไสมากินดับร้อนกัน แต่สำหรับที่เกาะหลีนั้น เขาก็มีน้ำแข็งไสแบบเกาหลีด้วยเช่นกัน มีชื่อเรียกว่า “บิงซู” (Bingsoo/Bingsu)
       
       บิงซูแบบดั้งเดิมนั้นเรียกกันว่า “พัดบิงซู” (Patbingsoo/Patbingsu) จะใส่น้ำแข็งไสรสนม หรือราดด้วยนมข้นหวาน ใส่ถั่วแดงกวน และโรยด้วยถั่วลิสงบด หรืออาจะใส่เค้กข้าว (ต๊อก) ลงไปด้วย เวลากิน บางคนอาจจะคลุกเคล้าทุกอย่างรวมกัน หรือแยกกินเป็นส่วนๆ ก็ได้ ก็จะได้ความหวานเย็นจากน้ำแข็งไส รสชาติหวานๆ หอมๆ จากถั่วแดงกวน และความมันจากถั่วลิสงบด

“บิงซู” น้ำแข็งไสสไตล์เกาหลี หวานเย็นชื่นใจ

เมื่อเวลาเปลี่ยนไป พัดบิงซูก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมไปด้วย เช่น การใส่ส่วนผสมอื่นๆ เพิ่มลงไป อย่างเช่น ใส่ผลไม้เพิ่ม โปะไอศกรีมรสที่ชอบเพิ่มลงไป และยังมีการทำน้ำแข็งไสเป็นรสชาติอื่นๆ ด้วย น้ำแข็งไสแบบนี้จึงมีชื่อเรียกกันทั่วๆ ไปว่า “บิงซู” (ตัดคำว่า “พัด” ที่แปลว่าถั่วแดงออกไป)
       
       “บิงซู” รสชาติใหม่ๆ ที่นิยมกันก็อย่างเช่น รสสตรอว์เบอร์รี่ ที่จะใช้น้ำแข็งไสรสโยเกิร์ต โปะด้วยสตรอว์เบอร์รี่สด ราดด้วยนมข้นหวานและซอสสตรอว์เบอร์รี่ รสมะม่วง ที่จะใช้น้ำแข็งไสรสมะม่วง ราดด้วยนมข้นหวาน โปะด้วยมะม่วงสุก อาจจะมีต๊อก และไอศกรีมรสชาติต่างๆ ใส่เพิ่มลงมาด้วยตามสูตรของแต่ละร้าน


Tag: เครื่องทำบิงซู,เครื่องทำบิงซูราคาถูก,เช่าเครื่องทำบิงซู,เครื่องทำบิงซู mr.snow,โรงงานผลิตเครื่องทำบิงซู,เครื่องทำบิงซูเกาหลี

Copyright © 2018 Bingsu Company. All rights reserved.

Facebook : bingsucompany,mrsnow